รู้จักกับ NID

ชื่อโครงการ

ศูนย์วิจัยเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และภัยพิบัติ Natural Resources, Infrastructure and Disasters Management Research Center (NID Center)

หลักการและเหตุผล

ศูนย์วิจัยเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานและภัยพิบัติ ประกอบด้วยหน่วยวิจัยต่าง ๆ เช่น หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลุ่มวิจัยโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารการก่อสร้างหน่วยวิจัยเทคโนโลยีทรัพยากรแร่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย กลุ่มวิจัยการตรวจวัดประเมินในการจัดการคุณภาพอากาศ หน่วยวิจัยเทคโนโลยีการก่อสร้างและวิศวกรรมแบบยั่งยืน และหน่วยวิจัยอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งต่างมีวัตถุประสงค์ตรงกัน คือต้องการที่จะสร้างประโยชน์เพื่อชุมชนและส่วนรวม โดยมีองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ที่พร้อมให้การสนับสนุนเสมอมา อาทิ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคเหนือ รวมทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน และในปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ในระหว่างดำเนินการของหน่วยวิจัยเหล่านี้ ได้แก่ โครงการจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแผ่นดินไหวในเขตภาคเหนือ โครงการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชน เพื่อทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีการพัฒนาที่ดีขึ้น

การทำงานวิจัยในด้านนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและองค์ความรู้หลายสาขา จำเป็นต้องมีศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งภายในและภายนอก หากสามารถขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมได้ ในแง่ของการพัฒนางานวิจัยในประเทศจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัยเป็นจำนวนมาก และงานวิจัยพื้นฐานที่ดำเนินการในแต่ละสาขาจะผลิตองค์ความรู้ที่นำไปใช้แก้ไขปัญหาอื่นได้เช่นกัน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาข้างต้น จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และภัยพิบัติขึ้น

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และภัยพิบัติ
  2. ดำเนินงานวิจัยและบริการวิชาการด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และภัยพิบัตินำไปสู่การบริการสังคม ตอบสนองพันธกิจของคณะวิศวกรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในด้านวิจัยและบริการวิชาการเพื่อชุมชน
  3. เสริมสร้างฐานผลิตองค์ความรู้และบุคลากรในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มแข็ง