โครงการศึกษาแนวทางเพื่อกำหนดแผนการฟื้นฟูสภาพเหมืองลำพูน (BP-2) อย่างยั่งยืน (Banpu 58)

โครงการศึกษาแนวทางเพื่อกำหนดแผนการฟื้นฟูสภาพเหมืองลำพูน (BP-2) อย่างยั่งยืน

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

หลักการและเหตุผล

     บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินกิจการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์โดยวิธีเหมืองหาบ ที่ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ในช่วงปี พ.ศ. 2530 – 2538 และ พ.ศ. 2546 – 2547 ในช่วงดังกล่าวสามารถผลิตลิกไนต์ จำนวนทั้งสิ้น 4.45 ล้านตัน และขุดขนดิน จำนวน 22.45 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากการผลิตดังกล่าวทำให้มีขุมบ่อเหมือง จำนวน 2 ขุม ขนาด 1.0x0.9 ตารางกิโลเมตร และขนาด 0.2x0.2 ตารางกิโลเมตร ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ควบคู่ไปกับการทำเหมือง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2547 เหมืองปิดการดำเนินการ และบริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งคืนพื้นที่ของหน่วยงานราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     อย่างไรก็ตาม มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นพื้นที่เอกสารสิทธิ์ของทางบริษัทฯ คือพื้นที่ขุมเหมือง BP-2 ในปัจจุบัน ซึ่งยังมีผลการฟื้นฟูพื้นที่ได้ไม่สมบูรณ์นัก แม้ว่าบริษัทฯ ไม่ต้องดำเนินการส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวต่อทางราชการ แต่ทางบริษัทฯ มีความต้องการฟื้นฟูพื้นที่ดังแสดงในภาพที่ 1.1 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องการศึกษาเพื่อจัดทำแผนงานการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น โดยเน้นการบำบัดและปรับปรุงพื้นที่โดยใช้ Active Treatment และ Passive Treatment ควบคู่กันโดยแบ่งส่วนการศึกษาเป็น 3 ส่วนดังนี้

1) การปรับปรุงคุณภาพน้ำในขุมเหมือง BP-2 ซึ่งปัจจุบัน มีน้ำในขุมเหมืองราว 4.66 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ MSL436.24 เมตร และ pH ราว 4.04 – 4.28

2) การปรับปรุงพื้นที่บริเวณโดยรอบขุมเหมือง BP-2  และการปรับปรุงคุณภาพดิน

3) การป้องกันความเป็นกรดในพื้นที่ขุมเหมืองBP-2  อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1) เพื่อศึกษาหาแนวทางและวิธีการในการปรับปรุงคุณภาพน้ำในขุมเหมือง BP-2และ BP-2E ให้สอดคล้องกับคุณภาพน้ำผิวดิน

2) เพื่อศึกษาแนวทางและวิธีการในการปรับปรุงพื้นที่บริเวณรอบขุมเหมือง BP-2คุณภาพดิน และปลูกต้นไม้บริเวณโดยรอบพื้นที่

3) เพื่อศึกษาแนวทางและวิธีการในการป้องกันความเป็นกรดในพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อให้การฟื้นฟูสภาพเหมืองมีความยั่งยืน พร้อมทั้งเสนอแผนงานป้องกันปัญหาการเกิดภาวะความเป็นกรดเพิ่มขึ้นในพื้นที่ โดยเน้นการป้องกันการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นของแมงกานีสในน้ำและในดิน